สาวๆ ทำอย่างไร ให้เซ็กซี่สมใจ

 

 

เป็นเรื่องน่าพิศวงว่าเมื่อไหร่สาวๆ ทำตัวเซ็กซี่ ขึ้นมาละก็ โอ้ย…รู้สึกจะเรียกคะแนนนิยมจากเพศตรงข้ามได้ตะรึม ตึ่ม ตรึมเลยเชียว แถมการทำตัวเซ็กซี่ ไม่ถึงกับต้องสวยหรือน่ารัก ส่วนชายก็ไม่ต้องหล่อลากดิน แต่ถ้าเกิดมามี “หน้าตาดี” ช่วยเสริมด้วยก็ยิ่งแจ๋ว ส่วนจะทำไงให้เซ็กซี่ได้น่ะเหรอ? โถ ไม่ยากหรอกแค่หืดขึ้นคอ เอ้ย แค่เข้าไปถามคนที่เซ็กซี่ดูสิว่า ทำไงให้ตัวเองดูดีสวีวี่วีปานนั้น แต่ก็อีกใครว้าจะกล้าเข้าไปถามคนพวกนั้นตรงๆ ยิ่งถ้าเป็นคนแปลกหน้าด้วยแล้ว มีแต่คนหน้าด้าน…เอ้ย คนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยมเท่านั้นที่ทำเนียนได้ งั้นขอเป็นกูรู แนะการทำตัวให้เซ็กซี่ดีฝ่าเนอะ อันว่าความเซ็กซี่นี่นะ เริ่มได้ตั้งแต่…..

1. ควรมีผิวพรรณดี, อ่อนนุ่มและสะอาด อย่าลืมนะจ๊ะว่า ผิวที่ผุดผ่องและเปล่งปลั่งนั้นเรียกร้องความสนใจจากใครๆ และแม้แต่ตัวคุณเองได้ซำเหมอ ถามว่า แล้วทำไงผิวถึงจะสวยล่ะ? ก็ต้องหมั่นดูแลและบำรุงรักษาสิ แต่พูดนี่ไม่ต้องถึงกับไปเสียตังค์พิถีพิถันกับผิวมาก ขนาดขวนขวายหายาวิเศษที่มีสูตรผสมของทองคงทองคำตามอย่างไฮโซ ที่ต้องจ่ายตังค์กันทีเป็นแสนเป็นล้านหรอกนะ แค่ดูแลผิวตามสไตล์โลโซของเราก็พอ เช่น ใช้ครีมหรือโลชั่นที่ช่วยให้ผิวใส และอย่าลืมขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว หรือขรุขระหมองคล้ำออกไปด้วยล่ะ โดยการใช้ครีมหรือโฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ ไม่งั้นจะใช้โฟมที่มีสครับก็ได้ ขอให้ เลือกให้ถูกกับผิวของคุณก็พอ เพราะโฟม หรือครีมล้างหน้าบางยี่ห้อ บางคนใช้ได้ดี แต่บางรายกลับแพ้ก็มี อยากงามก็ต้องดูแลเยอะๆ แฟนจะได้รักได้หลง แต่อย่าไปยึดติดกับการดูโฆษณาขายของทางทีวีมากไป เพราะถ้าใครไม่รักเราเพราะเราผิวเสีย หรือรักเพราะเราผิวดีอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงจิตใจของเราเลยว่าดีหรือร้ายขนาดไหน งั้นก็แค่รักฉาบฉวย ไม่หนับหนุนหรอกนะ

2. ไว้ผมยาวสลวย แต่ต้องหมั่นสระผมนะ ไม่ใช่ผมยาวก็จริงแต่อู้หู…เหาเต็มเลย แล้วจะไปเซ็กซี่ตรงไหนว่ะนอกจากนี้ ควรไว้ผมให้รับกับใบหน้าด้วย ไม่ใช่ไว้ผมยาวทรงอะไรก็ได้ แต่ไม่ได้ดูเล้ยว่าเข้ากับใบหน้าหรือชีวิตตัวเองรึเปล่า? ขืนเป็นงี้ ไว้ผมยาวไปก็ไลฟ์บอยย์ ไม่ก่อให้เกิดแรงกระตุ้นอยากให้ใครๆโฉบเข้าใกล้ก็เสร็จกัน และไว้ผมยาวก็อย่าให้ผมแตกปลายเชียว ไม่งั้นความน่าพิสมัยจะลดลงได้ หากท่านใดอยากไว้ผมยาวตรงๆ หรือดัดปลายซะหน่อยแล้วสยายเคลียไหล่ ก็ทำให้ผมของคุณสวยนุ่มนวลดูเป็นผู้หญิ้ง ผู้หญิงดีนะ แถมยังเอาไว้ สะบัดไปมาเวลาชอบใจอะไรสักอย่างก็พลิ้วสลวยเก๋กู้ด (ดี) แต่อย่าปล่อยให้ผมแห้งเป็นเส้นไม้กวาด ละกัน นี่เรากำลังอยากทำตัวเป็นนางเอกนะยะ ไม่ใช่สาวเร่รอนในละครหรือแม่มดที่ไหน

3. ถ้าแต่งหน้า ก็เลือกทาปากสีสดใส แต่อย่าแดงแจ๊ดลูกเดียว เพราะบางคนไม่เหมาะกับสีแดงทุกเฉดซะหน่อย ขืนแดงฉูดฉาดคงไม่ไหวอ่ะ เดี๋ยวใครๆคิดว่า จะไปเล่นงิ้วมากกว่าอยากทำตัวเซ็กซี่ก็ผิดจุดมุ่งหมายดิ่อ้อ ก่อนเลือกซื้อลิปสติก ผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสวยความงามบอกว่า ไม่ควรหลงเชื่อ “สีตอนที่อยู่ บนแท่ง” ให้มาก เพราะเวลาเอามาทา กลับไม่ออกสีเหมือนในแท่งถมไป ทางที่ดีลองนำลิปสติกที่สนใจมาทาที่มือก่อน ว่าถูกใจสีนี้แน่นะ? เพราะสีของลิปสติกเนี่ย มีหลายเฉดจังวุ้ย บางคนกลับชอบสีเอิร์ธโทน บางรายชอบสีชมพู หรือซื้อมา 2 แท่งเพื่อใช้ผสมกันก็มี ฉะนั้น ก่อนใช้มันยั่วยวนใจใคร ละก็ เลือกให้เหมาะเหม็งกับตัวเองละกัน ส่วนสีอะไรก็เรื่องของตู เอ้ย…เรื่องของเดี๊ยน…สาวมั่นก็เงี้ยะ

4. ทาเล็บหน่อยมะ บางทีการทาเล็บด้วยสีแปลกๆ อาจบ่งบอกให้ผู้พบเห็นมองว่าสาวเช่นคุณซุกซนหน่อยๆได้ด้วย ยิ่งถ้ามีนิ้วเรียวยาวและแขนยาวด้วยแล้ว เหมาะจริง จริ๊ง เลยนะตัว

5. อย่าลืมกลิ่นหอมจรุงเรือนกายด้วยล่ะ เลือกน้ำหอมสักกลิ่นที่ทำให้คุณมั่นใจในความเซ็กซี่ของตัว เอง แหมขึ้นชื่อว่าน้ำหอมก็ช่วยส่งกลิ่นดีๆทั้งนั้น ยกเว้นแต่ไปเลือกกลิ่นประหลาดกลายเป็นเหม็นแทนก็ระวังหน่อย เห็นมะจะเป็นสาวเซ็กซี่ทั้งทีไม่เห็นยากเลยนะฮ้า.เห็นไหมคะว่า การจะเป็นสาวเซ็กซี่นั้นไม่ยากเลย ใครๆ ก็เซ็กซี่ได้ แต่สิ่งสำคัญต้องรักษาความสะอาดของร่างกายให้ดีนะคะเพื่อสุขอนามัยที่ดียิ่งขึ้นไปค่ะ

คิดให้รอบคอบก่อนซื้อของเซลล์

 

 

คุณผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะดีใจจนเนื้อเต้น เมื่อได้เห็นป้ายลดราคาสินค้าต่างๆ ซึ่งตั้งล่อตาล่อใจ ทำให้คุณพร้อมที่จะควักเงินในกระเป๋าออกไปช้อปปิ้งแทบไม่ทัน แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งใจร้อนไปค่ะ ก่อนตัดสินใจช้อปควรมาเตรียมความพร้อมกันสักหน่อย จะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลังนะคะ และนี่คือข้อควรคิดก่อนช้อปของ Sale ที่นำมาฝากกันในวันนี้ค่ะ

ชั่งใจและชั่งเงิน ตรวจสอบเงินในกระเป๋าของคุณซะก่อนว่าคุณมีงบประมาณในการช้อปมากน้อยแค่ไหน และของสิ่งนั้นมีความจำเป็นกับคุณจริงๆ ควรที่จะซื้อรึเปล่า ที่สำคัญต้องคุ้มค่า และลดราคาจริง เพราะเดี๋ยวนี้พ่อค้าแม่ค้าหัวใส บอกว่าลดราคา แต่จริงๆ ก็บวกราคาเพิ่มเข้าไปและพอลดตามป้าย ก็ยังถือว่าได้กำไรซึ่งคุณอาจจะตกเป็นเหยื่อได้

ถึง Sale แต่ต้องคุณภาพดี สินค้าที่นำมาลดราคาส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ขายไม่ออก ค้างสต็อก ล้าสมัย หรือตกรุ่น ฯลฯ ดังนั้นการเลือกซื้อคุณควรให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้าด้วย โดยพิจารณาว่าดีหรือไม่ สมควรที่จะจ่ายเงินเพื่อสิ่งที่คุณเห็นว่าราคาถูกรึเปล่า ที่สำคัญนักช้อปทั้งหลายควรให้ความสำคัญในเรื่องประโยชน์ใช้สอยด้วยนะคะ

ประหยัดจริงรึเปล่า ใครก็ตามที่เห็นว่าสินค้าราคาถูกต้องซื้อนั้น มีข้อเตือนใจให้คิดกันเล่นๆ ว่า ของถูกที่ดีๆ ไม่มีในโลกนะคะ ไม่มีพ่อค้าแม่ค้าที่ไหนจะมาขายในราคาต่ำกว่าทุนที่ติดป้ายประกาศไว้ ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อคุณควรเลือกว่าถ้าราคาถูกแต่คุณภาพไม่อยู่มาตรฐานที่เคยกินเคยใช้กัน ก็อย่าซื้อเลยเพราะคงไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปหรอก

ใครเป็นขาช้อปก็ลองนำไปพิจารณาดูกันนะคะ จะได้สบายใจในครั้งต่อไปที่คุณจะไปช้อปปิ้งค่ะ

รอยแผลเป็นกับปัญหาคาใจ

 

 

ปัญหารอยแผลเป็นนั้นถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสาวๆ เลยนะคะ เพราะจะทำให้เสียความมั่นใจไปเลย วันนี้เรามาทำความรู้จักกับแผลเป็นและวีการรับมือกับแผลเป็นที่อาจจะเกิดขึ้นกันดีกว่าค่ะ

รู้จักกับรอยแผลเป็น

แผลเป็นที่มักพบโดยทั่วไปจะมีอยู่ 3 ชนิดดังนี้

แผลเป็นโตนูน จะมีลักษณะเป็นรอยนูนขึ้นจากผิว แบ่งได้เป็น 2 แบบคือ
แผลเป็นนูนเกิน หรือ Hypertrophic Scar มีลักษณะโตและนูนแต่ไม่เกินขอบเขตของแผลเดิม ในระยะแรกจะมีลักษณะนูน แดง และคันมักจะเกิดในบริเวณข้อต่อ และอาจยุบตัวลงได้หลังผ่านไป 6 เดือน
แผลเป็นคีลอยด์ เป็นแผลเป็นที่โต นูน และขยายพื้นที่ออกจากรอยแผลเป็นเดิมจนมีขนาดใหญ่มาก อาจเกิดจากกรรมพันธุ์และอาจพบได้ในคนที่มีผิวสีเข้ม โดยตำแหน่งที่เกิดมักเป็นหัวไหล่และกลางหน้าอก
แผลเป็นที่ลึกบุ๋มลงไป หรือ Depressed Scar มีลักษณะเป็นร่องหรือรูบุ๋มลึกลงไปใต้ผิวหนัง
แผลเป็นที่มีการหดรั้ง หรือ Scar Contracture แผลเป็นชนิดนี้จะไปดึงรั้งอวัยวะส่วนที่เป็นแผลให้เกิดการผิดรูปไปจากเดิมได้
สำหรับสีของแผลเป็นทั้งสามแบบนี้อาจจะเกิดเป็นผิวสีซีดที่เรียกว่า Hypopigmentation หรือผิวสีเข้ม Hyperpigmentation ก็ได้

เทคโนโลยีที่ช่วยลบรอยแผลเป็น นอกเหนือจากการใช้ยาและการผ่าตัด

— Erbium YAG เป็นเลเซอร์ที่ใช้ลอกผิวหนังโดยจะใช้แสงเลเซอร์กระทบเซลล์ผิวหนัง ทำให้น้ำซึ่งอยู่ภายในเซลล์เป็นตัวที่รับพลังงานแสงไว้ และจะมีการเปลี่ยนแปลงพลังงานที่ได้รับเป็นความร้อน ซึ่งพลังงานที่เหมาะสมจะทำให้น้ำในเซลล์ระเหยและทำให้เซลล์หลุดลอกโดยไม่กระทบไปถึงเซลล์ข้างเคียง ซึ่งการใช้เลเซอร์ลอกผิวมีข้อดีกว่าการลอกวิธีอื่นคือสามารถควบคุมความลึกของการลอกผิวได้ดี เนื่องจากมีการพัฒนาเครื่องเลเซอร์ให้สามารถปล่อยพลังงานสูง ๆ ในระยะเวลาสั้น (Ultrapulse) และยังมีการผลิต CPG (Computerized Pattern Generator) และการใช้ Scanner ในการควบคุมการปล่อยแสงเลเซอร์ออกมา ทำให้เซลล์ผิวหนังหลุดลอกเพียงชั้นตื้น ๆ เพื่อกระเทาะเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป

— 30 Skin Bejuvenation เป็นการรักษาด้วยเลเซอร์ที่เห็นผลได้ค่อนข้างรวดเร็วด้วยการผสานพลังงานของ Limelight IPL, Laser Genesis และ Titan Infrared Light ที่จะช่วยขจัดเซลล์สีผิวผิดปกติ เช่น กระ ฝ้า และรอยไหม้จากแสงแดดออกจากชั้นผิวรอบนอก โดยตัว Laser Genesis จะช่วยคลายรอยย่นของผิวหนัง ทำให้รอยแผลเป็นนั้นบางลงและเรียบเนียนขึ้น ลดรอยแดงที่เกิดในชั้นผิวหนังที่ลึกลงไป ช่วยปรับชั้นผิว กระชับรูขุมขน และยังกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ด้วย หลังการรักษาจะเกิดรอยบวมแดงขึ้น ซึ่งจะบรรเทาลงภายใน 2-3 ชั่วโมง

— Fraxel Laser เป็นเลเซอร์ที่นิยมใช้ในการรักษาแผลหลุมสิว โดยแสงเลเซอร์จะส่งความร้อนสูงลงไปยังชั้นผิวที่เกิดความเสียหาย และกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ซึ่งเนื้อเยื่อที่อยู่ภายใต้ผิวที่เป็นแผลเป็นจะยกตัวขึ้นมา รอยแผลเป็นก็จะอยู่ตื้นขึ้นแล้วผิวก็จะดูเนียนเรียบขึ้นด้วย โดยที่สามารถจำกัดบริเวณจุดที่ต้องการรักษาได้ ไม่กระทบถึงผิวทั้งหมด ปกติแล้วจะสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนได้เมื่อทำการรักษาครบ 3 ครั้ง

ก่อนจะทำการลบแผลเป็นด้วยเลเซอร์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ทราบว่าแผลเป็นของคุณนั้น เป็นชนิดใดและมีเปอร์เซ็นต์หายมากน้อยแค่ไหน เพราะระยะเวลาที่เกิดแผลเป็นก็ส่งผลต่อการรักษาเช่นกัน ดังนั้น การปรึกษาแพทย์และขอคำแนะนำในการเข้ารับการรักษาด้วยเลเซอร์จึงจำเป็นมาก

แนวคิดต้องปรับปรุงถ้าคิดจะเป็นแฟชั่นนิสต้า

 

 

แฟชั่นนิสต้าไม่ได้หมายถึงผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวตามแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังหมายถึงคนที่รู้จักเน้นจุดขายสลายจุดด้อยของตัวเอง ถ้าคุณคิดจะเป็นหนึ่งในแฟชั่นนิสต้าไทยแลนด์ จึงไม่ใช่แต่แคะกระปุกมาสอยเสื้อผ้าเทรนด์ใหม่ๆ อย่างเดียว แต่ยังต้องเปลี่ยนใจจากความคิดพิลึกๆ ต่อไปนี้เสียก่อน

1. จัดหนักจัดเต็มคือความสวย สงสัยคงมีครูเถื่อนที่ไหนสวมรอยมาเป็นกูรูแฟชั่น ถึงได้สอนให้คุณมั่วนิ่มระหว่างความสวยกับลิเกลงโรง คนสวยที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องโบกเครื่องสำอางทุกชิ้นลงไปบนใบหน้า แต่ต้องรู้จักเลือกเฉพาะชิ้นที่เหมาะกับตัวเราเอง อย่างเช่น ถ้าคุณเพิ่งทำบัตรประชาชนมาไม่เกิน 3 ปี ผิวหน้ายังวิ้งเป็นประกาย รองพื้นนี่ถือว่าเป็นส่วนเกินของชีวิตเลยนะรวมไปถึงลิปสติกแดงเดือด ขนตาปลอมหนาเป็นบิ๊กแบ็กที่จะเพิ่มความหงำเหงือกให้คุณดูแก่ขึ้นทันที 10 ปีเต็มด้วย การจัดหนักไม่ได้ทำให้ผู้หญิงสวยกันทุกคน ถ้าไม่ได้ไปงานกลางคืนควรเอาเครื่องสำอางทุกชิ้นมาวางเรียงแล้วหารสอง นั่นล่ะคือจำนวนเครื่องสำอางที่พอดีกับสาววัยทีนอย่างเรา

2. สีอินเทรนด์คือสีประจำชาติ สมมุติช่วงนี้แฟชั่นกำลังฮิตใส่สีสดๆ เหมือนเอาผ้าแพรไปพันรอบต้นไทร ก็ต้องถามสีผิวตัวเองก่อนว่าดำเป็นอีกาตกน้ำอย่างเราเนี่ยใส่แล้วจะไหวไหมแม้แต่คนผิวขาวก็ยังแบ่งเป็นขาวอมเหลือง ขาวอมชมพู หรือคนผิวคล้ำก็จะมีคล้ำแบบผิวสีน้ำผึ้ง หรือคมเข้มแบบกาแฟไม่ใส่นม แฟชั่นนิสต้าตัวจริงจึงต้องหาสีที่เหมาะกับสีผิวตัวเองไว้เป็นจุดขายก่อน แล้วค่อยพลิกแพลงไปเป็นสีอื่นๆ ไม่ใช่ใส่อะไรก็ได้ที่เทรนด์แฟชั่นกำหนดมา แม้มันจะทำให้ผิวพรรณดูเฉาสุดๆ

3. เพ้นท์เล็บคือคำตอบ แฟชั่นเพ้นท์เล็บไม่ใช่คำตอบของเสื้อผ้าทุกชุด ถึงแม้มันจะทำให้คุณดูมีลูกเล่นติดตัวโดยไม่ต้องใส่เสื้อผ้า (แต่กรุณาใส่เถอะนะหล่อน) แต่สำหรับการแต่งตัวที่หวังผลให้เกิดการจ้างงาน หรืออยากจะดูเป็นมืออาชีพ เล็บประเภทฉาบดอกกุหลาบมาทั้งสวน เหมากากเพชรสำเพ็งมาทั้งเข่ง จะทำให้ความเป็นมือโปรของคุณดับสนิทสิ้นอนาคตทันที รวมไปถึงคอสตูมที่มีลวดลายฉวัดเฉวียนขัดใจแม่ด้วย ถ้าชุดแรงแล้วเล็บควรเป็นสีเรียบๆ ดูสบายตา จะได้ไม่เกิดการแย่งซีนกันให้ดูเยอะและเลอะหมดสวย

4. โบฮีเมียนไม่ได้เกิดมาเพื่อแพ้ ถึงแม้เสื้อผ้าแนวโบฮีเมียนที่ติดตาม ‘น้องญาญ่า’ มาแจ้งเกิดอยู่ในขณะนี้จะบูมสุดๆ จนเกียรติภูมิแฟชั่นนิสต้าของคุณต้องมัวหมองแน่ถ้าไม่ใส่ แต่เสื้อผ้าแนวนี้ไม่เหมาะกับผู้หญิงที่อาภัพส่วนสูง เพราะชุดประเภทนี้ไม่มีรูปทรง เน้นความยาวของตัวกระโปรงเป็นหลักพอมาเจอกับผู้หญิงตัวเล็กๆ เลยเหมือนเอาม่านมานุ่ง ทำให้ดูเตี้ยรุงรัง และยังเสี่ยงจะเดินคะมำหัวทิ่มอีกด้วย แฟชั่นนิสต้าตัวจริงต้องมีความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ อย่างน้อยก็ต้องคำนวณได้ว่าส่วนสูงของเราบวกลบแล้วควรใส่ผ้ากว้างคูณยาวคูณสูงกี่เมตร ถึงจะดูดีไม่รัดติ้วเกินงามหรือพองเกินเหตุ

5. ผมดำไม่ใช่ฉัน ผู้หญิงไทยมีผมดำเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว แต่พอแฟชั่นสีผมข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงสุวรรณภูมิ สาวๆ ก็ตบเท้าไปเปลี่ยนสีผมกันหมด ที่จริงสีผมใหม่ๆ จะช่วยให้คุณแต่งตัวได้สนุกขึ้น แต่สำหรับคนที่มีสติ๊กเกอร์แฟชั่นนิสต้าติดหน้าผาก การเลือกสีผมให้เหมาะกับผิวและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวข้อที่ต้องตั้งสติให้ดีก่อนจะสตาร์ท เพราะสีผมบางสีอาจทำให้หน้าตาคุณดูป่วยไปเลย โดยเฉพาะสีทองอร่ามเรือง สีนี้จะเกิดได้เมื่ออยู่บนแคทวอล์ค แต่เมื่อไรที่พาลงมาเดินถนนจะให้ผิวพรรณที่ซีดเผือด ป่วย แปลกปลอม หรือไม่ก็ดูเป็นตัวมาสคอทที่หาทางไปสนามกีฬาไม่ถูกไปเลย

ผิวไหม้เพราะแสงแดดทำไงดี

 

 

แสงแดดมีผลดีต่อการดำรงชีวิตประจำวันมากมายหลายด้าน แต่แสงแดดที่ร้อนแรง สามารถทำให้ผิวเราไหม้เกรียมได้ ทำให้ผิวสาวสวยหมองคล้ำ สูญเสียความชุ่มชื้น อาจมีอาการแสบร้อนร่วมด้วย เป็นผลให้ผิวขาวเนียนของสาวๆ มีรอยตำหนิ หลังจากเผชิญการออกแดดแรงๆ จนทำให้ผิวไหม้เกรียมหรือหมองคล้ำ กลับถึงบ้านเราก็สามารถมองหาสิ่งต่างๆ ในครัวเรือนมาใช้ในการบูรณะผิวพรรณของคุณกันได้ ลองมาดูกันนะคะว่าในบ้านเรามีอะไร และวิธีใดบ้างที่ช่วยเราได้

1.การปรับผิวด้วยวิธี Cool Down เป็นการปรับสภาพผิวของเราให้เย็นลง หลังจากออกเผชิญกับการเผาไหม้จากแดด เริ่มด้วยการอาบน้ำเย็น หลังจากนั้นให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นแล้วมาประคบตามตัว โดยให้เน้นบริเวณผิวที่ถูกแดดเผาไหม้

2.ถ้าบ้านคุณมีอ่างอาบน้ำให้คุณได้นอนแช่อย่างสบายอกสบายใจและมีนมจืดเป็นถังเป็นแกลลอนในตู้เย็น ให้เทนมจืดลงในอ่างได้เลย แล้วย่างกรายลงไปนอนแช่ให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นจากน้ำนม หลังถูกแดดแผดเผาจนไหม้เกรียม แต่ถ้าไม่มีอ่างให้เอนกายและกลัวเปลืองนมแค่ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำนมให้ชุ่ม แล้วนำมาประคบตามตัวก็ได้เหมือนกัน

3.พอกโยเกิร์ต นำโยเกิร์ตที่แช่ตู้เย็นอยู่ มาทาบริเวณผิวหนังที่ถูกเผาไหม้จากแสงแดด แล้วทิ้งไว้ประมาณ20 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำเย็น ความเย็นและคุณสมบัติจากโยเกิร์ตจะช่วยให้ผิวเย็นลง พร้อมทั้งบำรุงผิวใหม้ให้กลับมานุ่มและขาวเนียน

4.ประคบด้วยข้าวโอ้ต ให้นำข้าวโอ้ตบดละเอียดมาห่อด้วยผ้าขาวบาง หรือจะใช้ผ้าเช็ดหน้าแบบบางๆ ก็ได้ แช่เย็นในตู้เย็นไว้จนเย็น นำมาประคบตามผิวส่วนที่ไหม้เกรียม วิธีนี้คุณสามารถทำซ้ำๆ ไปมาได้ ทุกๆ 4-6 ชั่วโมง

5.ฉีดด้วยน้ำชา ชงชาแบบซองในน้ำร้อน โดยใช้ชาประมาณ 5-6 ซอง เพื่อให้น้ำชานั้นเข้มข้น แล้วนำไปแช่ตู้เย็นจนน้ำชานั้นเย็นจัด ใส่น้ำชาลงในขวดสเปรย์แล้วฉีดพ่นไปทั่วผิวที่ไหม้แดด หรือให้ผ้าขนหนูชุบน้ำชาที่เย็นจัด แล้วค่อยนำมาประคบบนผิวก็ได้

6.พอกด้วยแป้งข้าวโพด โดยนำแป้งข้าวโพดมาผสมกับน้ำสะอาด คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ก่อนนำมาพอกให้ทั่วผิวบริเวณที่ถูกแดดเผาไหม้ ทิ้งไว้สักพัก หรือประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้ผิวคุณกระชุ่มกระชวยอีกครั้ง

7.พอกด้วยไข่ขาว แน่นอนว่าบ้านไหนๆ ก็ต้องมีไข่ไก่ติดตู้เย็นไว้แน่นอน เพียงแค่ นำไข่ไก่1 ฟอง มาตอก โดยแยกไข่ขาวออกจากไข่แดง นำไข่ขาวที่ได้มาทาผิวบริเวณที่ไหม้เกรียม ทิ้งไว้จนแห้งแล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือถ้าใครไม่ชอบกลิ่นของไข่ขาว รู้สึกว่าคาว ก็ให้ใช้ไข่ไก่ 2 ฟอง เอาเฉพาะไข่ขาวเหมือนเดิม แล้วนำมาผสมกับน้ำผึ้ง ทาบนผิวไหม้เกรียมทิ้งไว้จนแห้ง แล้วค่อยล้างออก

8.ฉีดผิวด้วยน้ำส้มสายชู น้ำส้มสายชูเปรี้ยวๆ ก็สามารถแก้ปัญหาผิวไหม้แดดได้ด้วยนะคะโดยการนำน้ำส้มสายชูมาเจือจางน้ำสะอาด เพื่อลดความเข้มข้น แล้วเทใส่ลงในขวดสเปรย์แล้วฉีดให้ทั่วผิวที่โดนแดดเผา หรือจะใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำส้มสายชูเจือจาง แล้วนำมาประคบบนผิวก็ได้

9. ประคบด้วยถุงชา นอกจากเราจะใช้น้ำชาในการฉีดผิวแล้ว สำหรับสาวๆ ที่ถูกแดดเผาไหม้ผิวหน้าจนแดงแสบ ให้นำถุงชาไปแช่ในน้ำเย็น แล้วนำมาประคบลงบนใบหน้าเพื่อบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นยิ่งขึ้น

10.นอนแช่เบกกิ้งโซดา ถ้ารู้สึกว่าผิวถูกเผาไหม้ไปทั่วเรือนร่าง ให้ผสมเบกกิ้งโซดา 1-2 ถ้วยตวงลงในน้ำสะอาดในอ่างอาบน้ำ แล้วนอนแช่ทั้งตัวหรือผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำสะอาดและใส่ลงในขวดสเปรย์ เพื่อใช้ฉีดผิวส่วนที่ถูกเผาไหม้ก็ได้เหมือนกันค่ะ

ทางที่ดีเราควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดแผดเผาจะเป็นการดีที่สุด แต่ถ้าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดนแดดเผาโดยบังเอิญ หรือด้วยเหตุจำเป็นใดใดก็ตาม เราก็สามารถเลือกใช้วัตถุดิบ หรือสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ในครัวเรือนมาใช้เป็นตัวช่วยในการบรรเทาความแสบร้อน และลดรอยหมองคล้ำจากการถูกแดดเผาไหม้ได้นะคะ

เคล็ดลับ ความสวยแบบอมตะ

 

 

สมัยนี้ 40 ก็ยังแจ๋วได้ แถมสวยกันได้แบบแซ่บเวอร์ซะด้วยซ้ำไป เพราะ คุณผู้หญิงสมัยนี้ มีเคล็ดลับความงามกันเต็มกระเป๋า วันดีคืนดี ก็งัดเคล็ดลับแต่ละตัวมาใช้กันให้มันสวยเริ่ดกันไปเลย

เคล็ดลับง่ายๆ ที่ใช้กันได้ในทุกวัน ได้แก่

* ดื่มน้ำเปล่าหลังตื่นนอน การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวันนั้นอาจจะทำให้คุณมีผิวพรรณสวยใสขึ้นได้ โดยเฉพาะหลังตื่นนอน ต้องดื่มน้ำ 2 แก้ว เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกและของเสียต่างๆ ทำให้ผิวดูสดใสเปล่งปลั่ง

* กินอาหารเช้าทุกวัน คงเคยได้ยินว่าการไม่กินอาหารเช้า ทำให้สมองไม่โลดแล่น แต่จริงๆ แล้วข้อเสียของการอดอาหารเช้า ยังทำให้ความสวย ความสาวถูกบั่นทอน รวมไปถึงระบบเผาผลาญของร่างกายยังแปรปรวนอีกด้วย ถ้าอยากสดใสไม่แก่ก่อนวัยอันควร ก็รีบตื่นมาให้ทันกินอาหารเช้าทุกวันนะคะ

* ทำความสะอาดผิวหน้าเป็นประจำ ทั้งร่องรอยจากเมคอัพ ทั้งฝุ่นละออง สาวๆ คนไหนที่ชอบอิดออดขี้เกียจล้างหน้าแล้วล่ะก็ เตรีนมตัวเตรียมใจเป็นยายแก่ก่อนวัยได้เลย เพราะผิวหน้าที่อุดตันไปด้วยสิ่งสกปรก คือสาเหตุจองการเกิดสิว ไม่อยากหน้าผุพัง ก็หมั่นล้างหน้าบ่อยๆ แค่นี้ก็สวยปิ้งปั๊งแล้วค่ะ

* หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด โดยเฉพาะช่วงเวลา 9 โมงถึงบ่าย 3

* พักผ่อนให้เพียงพอ โดยนอนช่วงเวลา 4 ทุ่ม ถึง 6 โมงเช้า

* สครับผิวสม่ำเสมอ เพื่่อให้เซลล์ผิวเก่าหลุดออก ผิวใหม่จะดูกระจ่างใสขึ้น

* ไม่อาบน้ำอุ่นเกิน 10 นาที เพราะการอาบน้ำอุ่นเป็นประจำ หรือนานเกินไป จะทำให้ผิวแห้งกร้านจนเป็นขุย เมื่ออาบน้ำอุ่นแล้ว ควรอาบน้ำเย็นตามอีกครั้ง เพื่อปรับอุณหภูมิให้กับผิว

* ดื่มนมก่อนนอน เป็นการเพิ่มวิตามินบีรวม ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง หลังตื่นนอนในตอนเช้า

เคล็ดลับ สู่ความสวยอมตะ ทำได้ง่าย ได้ผลดี ผิวพรรณผุดผ่อง ผู้หญิงยุคนี้ ต้องสวยต้องเก่ง ยิ่ง (ไม่อยาก) แก่ ต้องยิ่งเผ็ดเหมือน “ขิง” นะคะ

ข้อควรระวังก่อนเข้าใช้บริการสปาปลา

 

 

เป็นอีกหนึ่งบริการของการทำสปาที่ค่อนข้างได้รับความนิยมในเมืองไทย นั่นก็คือการทำสปาปลา โดยการนำเท้าไปแช่ในอ่างสปาแล้วให้ปลาการารูฟ่าทำหน้าที่เป็นพนักงานในสปาแต่สิ่งที่ควรระวังของการทำสปาปลานั้นมีมากมาย ซึ่งเราควรที่จะต้องดูให้ดีก่อนที่จะเข้ารับบริการสปาปลา

หลายคนคงได้เคยเห็นวิธีการทำสปาปลากันบ้างแล้ว โดยการทำเท้าลงไปแช่ในอ่างสปาปลา ซึ่งในอ่างจะมีน้ำและปลาอยู่ในนั้น ส่วนใหญ่แล้วร้านสปาปลาก็จะใช้อ่างใหญ่ที่สามารถเข้ารับบริการได้หลายคนพร้อมกัน ดังนั้นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกคือความสะอาด

เพราะความสะอาดคือสิ่งที่สำคัญที่สุด น้ำที่ใช้ในอ่างปลาต้องสะอาดอยู่เสมอ ทางร้านต้องเปลี่ยนน้ำอยู่บ่อยๆ หากใช้ซ้ำๆ อาจจะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อทางผิวหนัง หรืออาจเป็นแผลที่บริเวณเท้าแล้วมารับบริการ เชื้อโรคที่อยู่ในน้ำอาจจะเข้าไปตามแผลหรือไม่ก็อาจจะเป็นผู้แพร่เชื้อโรคลงในน้ำก็เป็นได้ เพราะว่าหากเป็นโรคผิวหนังหรือเป็นแผลเมื่อปลากินเข้าไป ปลาก็จะคายออกมาทำให้เชื้อโรคนั้นก็จะยังอยู่ในน้ำเช่นเดิม

เพราะฉะนั้นหากจะเข้ารับบริการสปาปลาแล้วนั้นคุณต้องสังเกตว่าร้านนั้นคัดกรองผู้เข้าใช้สปาปลาหรือไม่ เช่นการตรวจว่ามีบาดแผลบริเวณเท้าหรือขาหรือไม่ มีการทำความสะอาดเท้าก่อนที่จะลงอ่างปลาหรือไม่ รวมถึงต้องดูที่เครื่องกรองน้ำว่ามีระบบฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตร้าไวเลตหรือไม่ น้ำต้องใสไม่มีตะกอนหรือคราบไคลอยู่ในน้ำ น้ำต้องเป็นระบบหมุนเวียยน อีกทั้งปลาที่ใช้หากไม่ใช่ปลาการารูฟ่า ซึ่งเป็นปลาพันธุ์ที่ใช้ในการทำสปาปลาโดยตรงจะต้องดูให้ดี เพราะปลาบางชนิดมีฟันที่แหลมคมอาจจะทำให้เกิดบาดแผลที่เท้าได้ ซึ่งนอกจากปลาการารูฟ่าแล้วยังมีปลาสายพันธุ์ไทยที่ใช้ได้ในการทำสปา เช่น ปลาน้ำผึ้ง ปลานกกระจอก ปลาจิ้งจอก ปลามัน เป็นต้น

กินดีๆ ไม่มีเส้นเลือดขอด

 

 

ขาสวยๆ ไม่ได้ถูกสงวนลิขสิทธิ์ไว้ให้เฉพาะพวกนางแบบหรอกค่ะ คุณก็มีขาที่เนียนสวยไม่มีเส้นเลือดขอดมาขโมยซีนได้เหมือนกัน ถ้าหมั่นเติมสารอาหารดีๆ ให้กับตัวเอง

มะเขือเทศ ต้นเหตุของเส้นเลือดขอดมาจากการแข็งตัวของหลอดเลือด แต่ถ้าทานมะเขือเทศเป็นประจำ สารไบโอฟลาโวนอยด์ในมะเขือเทศจะช่วยให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง เลือดไหลเวียนดีไม่ติดขัด ทีนี้ก็บอกลาเส้นเลือดขอดไปได้เลย

เมล็ดทานตะวัน เมล็ดทานตะวันไม่ได้อุดมไปด้วยวิตามินอีที่เป็นประโยชน์กับผิวอย่างเดียวแต่ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่ร่างกายจะลั้ลลามากๆ ถ้าได้รับ สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้จะเข้าไปล้างสารพิษออกจากหลอดเลือด ป้องกันไม่ให้หลอดเลือดแข็งตัว จนกลายเป็นรอยเส้นเลือดขอดบนขาของคุณ

องุ่น ขอย้ำว่าต้องเป็นองุ่นแดง ม่วง และดำเท่านั้น ถึงจะช่วยป้องกันไม่ให้เส้นเลือดจับตัวเป็นก้อน ซึ่งเป็นตัวการหนึ่งของเส้นเลือดขอดได้ ส่วนองุ่นเขียวๆ หน้าตาธรรมด๊า..ธรรมดาที่เรากินกันอยู่นั้น ยังเป็นองุ่นมือใหม่หัดขับสรรพคุณไม่แอดวานซ์เท่าพวกพี่ๆ เขา

มะขาม วิตามินซีที่มีเพียบในมะขามจะช่วยล้างสารพิษออกจากเส้นเลือด ป้องกันอาการหลอดเลือดอักเสบได้เวิร์คมากๆ

ยอดคะน้า เมื่อผักทูอินวันที่มีทั้งวิตามินซีและเกลือแร่ ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อ ทำให้หลอดเลือดแข็งแรงและกล้ามเนื้อขาที่ถูกใช้งานหนักก็จะไม่ปวดเกร็งหรือเป็นตะคริวจนเป็นเส้นเลือดขอด

TIP 1 : สาเหตุของเส้นเลือดขอดเกิดจากการที่เลือดไหลเวียนไม่สะดวก มักจะเกิดกับสาวๆ ที่ใส่ส้นสูงเป็นเวลานาน นั่งงอขาทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง และคนที่ปล่อยตัวให้อ้วนจนช่วงขากับข้อเท้าต้องรับน้ำหนักโอเวอร์โหลดเกินไป

TIP 2 : ถ้าไม่อยากให้ขาหมดสวย คุณสาวๆ ควรเลี่ยงอาหารที่เป็นคู่ซี้ของเส้นเลือดขอด อย่างอาหารปิ้ง ย่าง นม และชากาแฟที่มีคาเฟอีนเพราะอาหารพวกนี้จะเพิ่มสารพิษในเลือด ทำให้เลือดจับตัวเป็นก้อนได้ง่าย

เครื่องดื่มล้างพิษต้านมะเร็ง

 

 

พูดถึงโรคมะเร็ง ปัจจุบันก็นับว่าน่ากลัว เพราะเป็นโรคที่พรากชีวิตคนเราไปมากมาย และเพื่อเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายดังกล่าว เราขอเสนอเครื่องดื่มล้างพิษต้านมะเร็งดังต่อไปนี้

เครื่องดื่มล้างพิษต้านมะเร็งที่ว่านี้เป็นเครื่องดื่มที่ประกอบไปด้วย

1. ลูกแพร์ เต็มไปด้วยวิตามินซี กรดโฟลิก ไนอาซิน แคลเซียม โปแตสเซียม และแมกนีเซียม พร้อมแร่ธาตุที่มีคุณสมบัติเป็นด่าง ลอคอเลสเตอรอล ชะล้างของเสียที่สะสมอยู่ในไต ทำความสะอาดไส้ตรง รักษาระดับน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะผลลูกแพร์จะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้จาดใยอาหาร กรดไฮดรอกซีซินนามิก และเส้นใยเพ็กติน ซึ่งช่วยขับโลหะหนักออกจากร่างกายได้ดี

2. กีวี ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี แมกนีเซียม โปแตสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม และเบต้าแคโรทีน และมีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องเซลล์และเนื้อเยื่อไม่ให้เสื่อมโทรมและเกิดโรคภัยได้ง่าย

3. มะนาว มีวิตามินบี 1 บี 2 บี 4 วิตามินซี คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และแร่ธาตุ ซึ่งสามารถช่วยขับของเสียอย่างเสมหะ และพยาธิออกจากร่างกาย แล้วยังช่วยแก้ไอ เลือดออกตามไรฟัน เหงือกบวม รวมถึงแก้วิงเวียนศีรษะ

ทั้งนี้ ผลไม้ที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนมีสรรพคุณในการล้างพิษและช่วยต้านมะเร็งได้ดีอีกด้วย และเพื่อไม่ให้เสียเวลาเราก็มาเตรียมส่วนผสมของเครื่องดื่มต้านมะเร็งกันเลย…โดยใช้ลูกแพร์สุกเต็มที่ 2 ถ้วย กีวี 1 ถ้วย และมะนาว 1 ถ้วย…เริ่มจากการนำกีวีมาปอกเปลือกทั้งผล แล้วฝานให้เป็นแว่น ส่วนลูกแพร์ ให้หั่นเป็นชิ้นหยาบๆ นำกีวีและลูกแพร์ไปสกัดเอาแต่น้ำ จากนั้นคั้นน้ำมะนาว แล้วนำมาผสมกับส่วนผสมข้างต้น ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการปรุงเครื่องดื่มต้านมะเร็ง โดยสามารถดื่มได้ทันทีที่ปรุงเสร็จ หรือใครจะเติมน้ำแข็งเพิ่มความเย็นสดชื่นก้เข้าทีไม่เบาค่ะ

แนะวิธีขจัด เซลลูไลท์ ศัตรูตัวร้ายของผู้หญิง

 

 

— สาวๆ เคยสำรวจตัวเองกันบ้างหรือเปล่าว่า ร่างกายมีสิ่งผิดปกติใดแอบแฝงอยู่หรือไม่ ลองใช้มือบีบที่บริเวณต้นขาหรือตะโพกดูสิคะ หลายคนอาจพบว่ามีก้อนเนื้อเป็นลอนๆ ไม่เรียบเนียนอยู่ใต้ผิวหนัง นั่นคือ เซลลูไลท์ ศัตรูตัวร้ายของคุณผู้หญิงเลยล่ะค่ะ!

— ต้องยอมรับว่า เซลลูไลท์ เป็นปัญหาตัวฉกาจสำหรับคุณสุภาพสตรีทั้งหลายเอามากๆ เพราะปัจจุบันผู้หญิงสมัยใหม่นิยมแต่งตัวตามแฟชั่น ซึ่งแฟชั่นเดี๋ยวนี้คงหนีไม่พ้นกางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้นจู๋โชว์เรียวขาสร้างความหนักใจให้สาวๆ ที่สะสมไขมันไว้เป็นอย่างมากเพราะขาดความมั่นใจ

— วันนี้เรามาไขปัญหานี้ให้กับสาวๆ ที่รักสวยรักงามกันดีกว่าโดย แพทย์หญิงภัทรา พิมลศานติ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง โรงพยาบาลยันฮี ให้ความรู้ว่า เซลลูไลท์ คือส่วนหนึ่งของไขมันที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอยู่ในชั้นหนังแท้ส่วนล่าง เกิดขึ้นเนื่องจากระบบไหลเวียนของหลอดเลือดดำและน้ำเหลืองทำงานลดลง ทำให้ผนังกั้นดึงรั้งไขมันแล้วเกิดเป็นพังผืด ซึ่งจะมีลักษณะเป็นก้อนไขมัน ขรุขระอยู่ใต้ผิวหนัง คล้ายผิวเปลือกส้มไม่เรียบเนียน

— เซลลูไลท์พบได้ทุกส่วนของร่างกายแต่ส่วนมากบริเวณที่พบบ่อย คือ ตะโพก หน้าท้อง ต้นขา และแก้มก้น สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย โดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นคนที่มีน้ำหนักตัวมากหรืออ้วนเท่านั้น โดยเฉพาะกับผู้หญิงเพราะมีระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุล เนื่องจากสาเหตุการเกิดเซลลูไลท์มีปัจจัยจากระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุลทำให้เอสโตรเจนเพิ่มขึ้น การสลายไขมันลดลง

— นอกจากนี้กรรมพันธุ์ เชื้อชาติและการใช้ชีวิตประจำวันก็มีปัจจัยทำให้เกิดเซลลูไลท์โดยเฉพาะการควบคุมอาหารที่ไม่ดี ขาดการออกกำลังกาย สูบบุหรี่และมีความเครียด ดังนั้นเราจึงควรปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวันเสียใหม่โดยการควบคุมอาหาร งดรับประทานอาหารกลุ่มแป้ง ไขมัน และรับประทานผักผลไม้ ดื่มน้ำสะอาดให้มากขึ้น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ พยายามพักผ่อนให้เพียงพอและไม่ควรมีความเครียดมากจะช่วยลดการเกิดเซลลูไลท์ได้

— แต่หากสาวๆ ที่มีเซลลูไลท์สะสมมากสามารถรักษาได้ด้วยการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อความปลอดภัย ซึ่งโดยปกติแล้วทางการแพทย์จะใช้เครื่องมือในกลุ่มเครื่องนวด ดูดให้ระบบหมุนเวียนเลือดและน้ำเหลืองดีขึ้นหรือเครื่องมือในกลุ่มคลื่นความถี่วิทยุ ใช้ความร้อนสลายไขมันและกระตุ้นคอลลาเจน วิธีนี้มีผลข้างเคียงน้อยหรือใช้เครื่องมือกลุ่มเลเซอร์ ช่วยสลายไขมัน แต่การรักษาจะไม่หายขาดหากเรายังมีพฤติกรรมการดำเนินชีวิตแบบเดิมๆ ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดเซลลูไลท์คุณผู้หญิงทั้งหลายทราบแล้วอย่าลืมนะคะว่า…ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง หากเราไม่รู้จักดูแลตัวเองให้เป็นสาวสุขภาพดี คงไม่กล้าไปโชว์ความงาม หรือโชว์สัดส่วนให้ใครดูเป็นแน่