ซาลาห์เบิ้ล! ลิเวอร์พูลโหดถล่มเซอร์เวน่าเละ ไร้พ่าย17นัดในบ้านเกมยุโรป

 

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สตาร์แข้งชาวอียิปต์ เหมาคนเดียวสองเม็ดในวันนี้และเป็นประตูที่ 50 ทุกรายการ ก่อนพา “หงส์แดง” ไล่ถล่มเซอร์เวน่า ซเวซด้า ทีมจากเซอร์เบียไม่แบบสบายเท้า 4-0 พร้อมสร้างสถิติไม่แพ้ทีมใดในบ้านเกมยุโรปเป็นนัดที่ 17 ติดต่อกัน พร้อมยึดจ่าฝูงกลุ่ม ซี ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนวันพุธที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา     “หงส์แดง” เกมที่แล้วบุกไปพ่าย นาโปลี มา 0-1 เกมนี้เปิดรับรับมือ เซอร์เวน่า ซเวซด้า ทีมดังจากเซอร์เบียที่ยังไม่ชนะทีมใด

เจอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมันของเจ้าถิ่นเกมนี้ได้ ซาดิโอ มาเน่ ผ่านความฟิตสตาร์ทเป็นตัวจริงร่วมกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ โดยมี เซอร์ดาน ชากิรี่ ปัั้นเกมรุกตรงกลาง

ส่วนทางฝั่งอาคันตุกะจากเซอร์เบีย ไร้ มาร์โค มาริน อดีตแข้งเชลซี และเบรเมน หลังมีอาการบาดเจ็บ ทำให้แนวรุกยังฝากความหวังไว้ที่ ริชมอนด์ โบอั๊คเย่, เอล ฟาร์ดู เบน นาบูอาน และโลเรนโซ่ เอเบซิลิโอ้

เริ่มเกมกลายเป็นทีมเยือนที่มีโอกาสสร้างสรรค์เกมรุกได้มากกว่า กระนั้นยังทำอะไรแนวรับเจ้าถิ่นไม่ได้ กลายเป็น “หงส์แดง” ที่ได้ลุ้นโอกาสแรกจากจังหวะจ่ายทะลุช่องของ ซาลาห์ บอลเลยมาถึง ฟีร์มีโน่ ได้โอกาสซัดแต่ดันยิงไปติด เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ออกหลังไป

ถัดมาแค่นาทีเดียว ชากิรี่ แทงบอลให้ ซาลาห์ หลุดเข้าไปซัดบอลติดเซฟ มิลาน บอร์ยาน นายด่านชาวแคนาดา

นาที 20 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ บอลเริ่มจาก เซอร์ดาน ชากิรี่ แทงทะลุช่องอย่างสวยให้ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายเติมถึงเส้นหลังก่อนปาดมากลางประตูให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จับหนึ่งจังหวะก่อนล็อกด้วยขวาแล้วตะบันด้วยซ้ายไปแฉลบ เคิร์สติซิซ เข้าประตูไป

นาที 32 แฟนเดอะ เร้ด เกือบได้ลุ้นเม็ดที่สองเมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดเข้าไปดวลกับ บอร์ยาน ทว่าดันยิงไปติดเซฟ และแม้ลูกนี้จะยิงเข้าก็ไม่ได้ประตูเนื่องจากเป็นจังหวะล้ำหน้าก่อน

นาที 42 เจ้าถิ่นยังได้ลุ้นต่อเนื่อง จากการต่อบอลอันสวยงาม ชากิรี่ แทงฝากมาให้ ซาลาห์ ป้ายออกซ้ายให้ ซาเน่ ก่อนบอลเลยถึง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน วิ่งมาตะบันด้วยซ้ายบอลหลุดกรอบไป

จนแล้วจนรอด นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ ชากิรี่ จ่ายบอลให้ โม ซาลาห์ หลุดเข้าไปยิงด้วยขวาเสาแรกเข้าไปอย่างเยือกเย็น    จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ เซอร์เวน่า ซเวซด้า 2-0

ครึ่งหลัง นาที 51 “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง มาเน่ กระชากบอลหนีในกรอบเขตโทษก่อนจะโดน สตอยโควิช แบ็กขวาทีมเยือนใช้แขนขวางการเล่นจนดาวเตะเลือดเซเนกัลล้มไปกองกับพื้น ก่อนที่เชิ้ตดำชาวเยอรมันจะชี้เป่าเป็นจุดโทษ และเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ซัดจุดโทษเข้าไปไม่พลาด เป็นประตูที่สองของดาวยิงเลือดอียิปต์ในเกมนี้ ลิเวอร์พูล นำโด่ง 3-0

นาที 63 เป็นโอกาสของ ฟีร์มีโน่ อีกหนหลังรับบอลจาก ฟาบินโญ่ ก่อนยิงไปติดเซฟนายด่านซเวซด้า ถัดมาไม่ถึงนาทีทีมเยือนโต้มาทันควัน มาร์โค โกเบลยิช แทงบอลถึง ริชมอนด์ โบอั๊คเย่ แต่ดันยิงบอลหลุดกรอบออกไปแบบไม่ได้ลุ้น

นาที 68 ลิเวอร์พูล เปลี่ยนผู้เล่นคนแรกส่ง อดัม ลัลลาน่า ลงไปเล่นแทน เซอร์ดาน ชากิรี่ ก่อนที่นาที 73 จะถอดเอา ซาลาห์ ที่เหมาสองประตูในเกมนี้ออกแล้วส่ง ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลงไปเล่นแทน

นาที 76 แฟนเดอะ ค็อปได้เฮลั่นในแอนฟิลด์อีกครั้ง เมื่อ ดาเนียล ซีแบร์ต ผู้ตัดสินชาวเยอรมันเป่าให้เจ้าถิ่นได้ลูกที่จุดโทษหลังผู้เล่นทีมเยือนไปทำแฮนด์บอล ก่อนที่ มาเน่ จะทำหน้าที่ยิงจุดโทษ แต่ดันยิงไม่ดีไปติดปลายมือของ บอร์ยาน ก่อนชนคาน แม้ดาวยิงชาวเซเนกัลจะตามเข้าไปซ้ำแต่ก็ซัดไม่ตรงกรอบอีก สกอร์ยังเป็น “หงส์แดง” นำอยู่ 3-0 เช่นเดิม

ทว่า ดาวเตะวัย 26 ปี มาแก้ตัวได้สำเร็จ ในนาที 80 หลัง สเตอร์ริดจ์ จ่ายบอลให้ มาเน่ หลุดเข้าไปยิงสวนตัว บอร์ยาน เข้าไปให้ ลิเวอร์พูล หนีไปไกล 4-0

ท้ายเกม นาที 82 คล็อปป ส่ง อัลแบร์โต้ โมเรโน่ ลงมาเล่นแบ็กซ้ายแทน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ซึ่งช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์ไล่ถล่ม เซอร์เวน่า ซเวซด้า ไปขาดลอย 4-0 เก็บสามแต้มมี 6 คะแนนยึดจ่าฝูง กลุ่ม ซี