ร้อนจัด..เด็ก ชรา อ้วน คนมีโรค เสี่ยงตาย แนะดื่มน้ำเยอะ งดแอลกอฮอล์

 

screenshot_1012

 

อากาศร้อนจัด ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเตือนประชาชนเสี่ยงป่วยและเสียชีวิตจากโรคลมแดด ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น หัวใจ เบาหวาน ควรระวังอย่างยิ่ง ชี้มี 4 กลุ่มเสี่ยงคือ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนอ้วน และผู้ที่มีโรคประจำตัว การสังเกตอาการคือตัวร้อนจัดแต่ไม่มีเหงื่อออก แนะดื่มน้ำบ่อยๆ ให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด หากพบผู้ที่มีอาการที่กล่าวมาให้รีบนำผู้ป่วยเข้าที่ร่มทันที รีบระบายความร้อนออกจากร่างกายให้ตัวเย็นลงโดยเร็ว

นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า สภาพอุณหภูมิของประเทศไทยนับวันยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลต่อสุขภาพ เสี่ยงเกิดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้ง่าย เพราะอากาศร้อนจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น มีผลกับการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด เมื่ออุณหภูมิในร่างกายสูงมากจนมีผลกระทบต่อระบบประสาทจะทำให้มีการเสียชีวิตจากอวัยวะต่างๆ ทำงานล้มเหลว โรคที่เกิดจากอากาศร้อนที่พบบ่อยมี 4 โรค ได้แก่ โรคลมแดดหรือฮีทสโตรก (Heat Stroke) โรคเพลียแดด (Heat Exhaustion) โรคตะคริวแดด (Heat Cramps) และผิวหนังไหม้แดด (Sun burn)

โรคที่อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตคือโรคลมแดด แม้จะพบไม่ได้บ่อยในประเทศไทย แต่ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงสูง เกิดได้กับทุกคนที่ถูกแดดจัด หรืออยู่ในที่ที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน กำชับทุกจังหวัดเร่งให้คำแนะนำและความรู้ในการดูแลและป้องกันโรคลมแดดให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะ 4 กลุ่มพิเศษที่ต้องระมัดระวัง เนื่องจากเสี่ยงเกิดโรคนี้ได้ง่ายกว่ากลุ่มอื่น ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนอ้วน และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ยังพบได้ในผู้ที่ติดเหล้า นักกีฬา คนงาน เกษตรกร หรือทหาร ที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน

มีรายงานข้อมูลในต่างประเทศ เช่น แถบยุโรป มีผู้เสียชีวิตจากอากาศที่ร้อนจัดปีละหลายพันราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ส่วนในประเทศไทย ข้อมูลในปี 2551 พบผู้ป่วยโรคลมแดด 80 ราย เสียชีวิต 4 ราย และในปี 2552 พบผู้ป่วยโรคลมแดดเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 32 ราย

ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สัญญาณอาการของโรคลมแดดที่สังเกตได้ง่าย ได้แก่ ตัวร้อนจัดแต่ไม่มีเหงื่อ ผิวหนังแดง หัวใจเต้นเร็วและแรง มีอาการทางสมอง เช่น เห็นภาพหลอน สับสน หงุดหงิด ชักหรือหมดสติ ภาวะนี้สามารถทำให้เกิดตับและไตวาย กล้ามเนื้อสลายตัว หัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ น้ำท่วมปอด เกิดลิ่มเลือดอุดตันในกระแสเลือด และช็อกได้ ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน หากพบผู้ที่มีอาการที่กล่าวมาให้รีบนำผู้ป่วยเข้าที่ร่มทันที รีบระบายความร้อนออกจากร่างกายให้ตัวเย็นลงโดยเร็ว เช่น การใช้ผ้าชุบน้ำธรรมดาหรือน้ำเย็นเช็ดตัว แช่ตัวในน้ำ ฉีดพรมน้ำแล้วเป่าด้วยลม ประคบน้ำแข็ง ถ้าไม่หมดสติให้จิบน้ำบ่อยๆ และส่งโรงพยาบาลทันที หรือโทร.แจ้งขอความช่วยเหลือที่เบอร์ 1669 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ แพทย์ประจำโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ในการป้องกันโรคลมแดดให้พยายามหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัด ควรอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ออกกำลังกายหรือทำงานกลางแดดเป็นเวลานาน เช่น การมุงหลังคาบ้าน ขุดดินกลางแจ้ง เป็นต้น ควรสวมเสื้อผ้าที่โปร่งสบาย สีอ่อน ไม่ทึบ และสามารถระบายอุณหภูมิความร้อนได้ดี เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน สวมแว่นกันแดด สวมหมวกปีกกว้าง ควรดื่มน้ำมากกว่าปกติจากวันละ 1-2 ลิตร เพิ่มเป็นชั่วโมงละ 1 ลิตร เพื่อให้ร่างกายปรับอุณหภูมิให้คงที่ และชดเชยการเสียน้ำในร่างกายจากเหงื่อออก งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด เนื่องจากจะทำให้สูญเสียน้ำจากร่างกายมากขึ้น รักษาสุขภาพให้แข็งแรง หมั่นออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งๆ ละ 30 นาที ช่วงเช้าหรือเย็น เพื่อให้ร่างกายเคยชินกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด