“อากินเฟเยฟ ฮีโร่”เซฟสองโทษ!รัสเซียแม่นเป้าล้มสเปน ฉลุยรอบ 8 ทีม

เกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018 “กระทิงดุ” ทีมชาติสเปน ของเฟร์นานโด เอียร์โร่ ปรับเปลี่ยนผู้เล่นสองตำแหน่งโดยส่ง นาโช่ เฟร์นานเดซ และ มาร์โก อเซนซิโอ ลงเล่นแทนดานี่ การ์บาฆาล และอันเดรส อิเนีนสต้า

ด้านเจ้าภาพ รัสเซีย ส่งอเล็กซานเดอร์ โกโลวิน ที่ได้พักในเกมล่าสุดกลับมาเป็นตัวจริง ส่วนในแดนหน้าวาง อาร์เต็ม ดีซูบา ศูนย์ร่างยักษ์ยืนค้ำหอกในแดนหน้า

เริ่มเกมได้เพียง 12 นาที สเปนขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะที่ยูริ ซีร์คอฟ ไปทำฟาวล์ใส่นาโช่ เฟร์นานเดซ เป็นลูกฟรีคิกทางด้านขวา ก่อนที่มาร์โก อเซนซิโอ้ เปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษ บอลไปตกบนเท้าของเซอร์เกย์ อิกนาเชวิช ที่กำลังเบียดชิงพื้นที่กับเซร์คิโอ รามอส เข้าประตูตัวเอง กระทิงดุ ออกนำ 1-0

รัสเซียมาได้จุดโทษจากจังหวะที่เคราร์ด ปีเก้ ไปทำแฮนด์บอล และเป็นอาร์เต็ม ดีซูบา รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด เจ้าภาพตามตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 40

จบครึ่งแรกเสมอกัน 1-1

ผ่านครึ่งหลังไป 15 นาที สเปนยังคงเป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่า แต่ยังไม่สามารถหาโอกาสจบสกอร์ได้

เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย รูปเกมยังคงเป็นเหมือนเดิมคือสเปนครองบอลได้มากกว่าแต่ยังไม่สามารถเจาะแนวรับเจ้าภาพได้

น. 85 อีเนียสต้าได้ส่องไกลนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเรียดแต่อิกอร์ อากินเฟเยฟ พุ่งปัดทิ้งบอลไปเข้าทางอัสปาส ตามเข้ามาซ้ำแต่บอลขนานหน้าประตูออกข้างไป

ทดเวลาบาดเจ็บในครึ่งหลัง 4 นาที แต่ไม่มีประตูเพิ่ม จบ 90 นาที เสมอกัน 1-1 ทำให้ต้องไปเล่นในช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที โดยทั้งสองทีมสามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่ 4 ได้

ช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 96 โกเก้ ได้ลองส่องไกลระยะ 30 หลาแต่บอลเหินข้ามคานไม่ได้ลุ้น

น. 100 อเซนซิโอ้ ได้ซัดด้วยซ้ายแต่บอลยังไปตรงตัวของอากินเฟเยฟ

สเปนพลาดโอกาสได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะโซโล่เดี่ยวของโรดริโก้ ทางริมเส้นด้านขวาก่อนจะกระชากบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษและซัดด้วยขวามุมแคบแต่ยังติดเซฟของอากินเฟเยฟ ที่ป้องกันประตูไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

จบเวลาในช่วงต่อเวลาพิเศษ เสมอกัน 1-1 ทำให้ต้องไปดวลลูกจุดโทษตัดสิน และเป็นเจ้าภาพยิงได้แม่นกว่าเอาชนะไป 4-3 โดย อากินเฟเยฟ กัปตันทีมรัสเซียเป็นฮีโร่ เซฟสองจุดโทษพาเจ้าภาพผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

สเปนคนที่ 1 อันเดรส อิเนียสต้า  -เข้า
รัสเซียคนที่ 1 ฟิโอดอร์ สโมลอฟ -เข้า

สเปนคนที่ 2  เคราร์ด ปิเก้  -เข้า
รัสเซียคนที่ 2 เซอร์เกย์ อิกนาเชวิช -เข้า

สเปนคนที่ 3  โกเก้  -ไม่เข้า
รัสเซียคนที่ 3 อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน – เข้า

สเปนคนที่ 4 เซร์คิโอ รามอส  – เข้า
รัสเซียคนที่ 4 เดนิส เชริเชฟ  – เข้า

สเปนคนที่ 5 ยาโก้ อัสปาส  – ไม่เข้า

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

สเปน : ดาบิด เด เคอา, นาโช่ เฟร์นานเดซ (ดานี่ การ์บาฆาล น.70), เซร์คิโอ รามอส (C), เคราร์ด ปิเก้, จอร์ดี้ อัลบา, เซร์คิโอ บุสเกตส์, โกเก้, ดาบิด ซิลบา (อันเดรส อีเนียสต้า น. 67), อีสโก้, มาร์โก อเซนซิโอ (โรดริโก้ น.104), ดีเอโก้ คอสต้า (ยาโก้ อัสปาส น.80)

 รัสเซีย : อิกอร์ อากินเฟเยฟ (C), มาริโอ เฟร์นานเดซ, เซอร์เกย์ อิกนาเชวิช, ดาเลร์ คุซยาเยฟ (อเล็คซานเดอร์ เอโรคิน น.97) , อิลยา คูเตปอฟ, อเล็คซานเดอร์ ซาเมดอฟ (เดนนิส ชีรีเชฟ น.60), ยูริ ซีร์คอฟ ( วลาดิมีร์ กรานัต น.46), อาร์เต็ม ดีซูบา (ฟีโยดอร์ สโมลอฟ น.64), โรมัน ซอบนิน, อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน , ฟีโอดอร์ คูดริยาตอฟ