เคล็ดลับดูแลสมองให้สดใสไปยาวนาน

 

สมองเป็นอวัยวะสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของคนเราเป็นอย่างมาก แต่เช่นเดียวกับอวัยวะอื่นๆของร่างกายเมื่ออายุมากขึ้นสมองของคนเราย่อมมีการเสื่อมถอยร่วงโรยไปตามวัย ทำให้ประสิทธิภาพในการคิดการจำและทำสิ่งต่างๆลดน้อยถอยลงเมื่ออายุมากขึ้น การดูแลสมองให้มีสุขภาพดีตั้งแต่เนิ่นๆจะช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ในวัยชรา และช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีตั้งแต่วันนี้ต่อเนื่องไปจนถึงบั้นปลายของชีวิต

ฉะนั้น หากใครไม่อยากจะเป็น โรคอัลไซเมอร์ ในอนาคต ก็ควรหาวิธีป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ หมั่นดูแลสุขภาพกันสักนิด เพื่อตัวของคุณเอง แต่หากใครไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไร เราจึงมีเคล็ดลับการดูแลสมองให้สดใสไปยาวนานมาแนะนำ ดังนี้

screenshot_226

1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ วันละ 30 นาที เพราะคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำนั้น จะช่วยให้สมองตื่นตัวและทำให้ความจำดีขึ้น และลดความเสียงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ แนะนำให้ออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิค เพราะช่วยให้ร่างกายสามารถใช้ออกซิเจนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองดีขึ้น และกระตุ้นการทำงานของเซลล์สมองใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยให้การทำงานของสมองดีขึ้นและช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ประสาทสมองในผู้สูงอายุ หรือจะออกกำลังกายด้วยการเสริมกำลังกล้ามเนื้อ หรือจะออกกำลังกายที่เน้นการสร้างสมดุลของร่างกาย เช่น รำมวยจีน โยคะ และการยืนขาเดียว เป็นต้น

2. รับประทานอาหารที่ส่งเสริมสุขภาพสมอง ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันโคเลสเตอรอลสูงและควรควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ 2-6 เท่า ควรใช้วิธีการปรุงอาหารแบบอบหรือย่างแทนการทอด ใช้น้ำมันที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย เช่น น้ำมันมะกอก พยายามรับประทานผักผลไม้ที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์สูงได้แก่ พวกผักผลไม้ที่มีเปลือกสีเข้ม เช่น กะหล่ำปลีสีเขียวเข้ม ผักโขม บร็อคโคลี่ หัวหอม ข้าวโพด มะเขือยาวสีม่วงเข้ม พืชตระกูลถั่ว ลูกพรุน เบอรี่ต่างๆ ส้ม และองุ่นแดง และอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง เช่น ปลาทู ตลอดจนเครื่องเทศที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่าง พริก กระเทียม ขิง ขมิ้น กานพลู เป็นต้น

3.การมีกิจกรรมทางสังคมอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเข้าร่วมกิจกรรมในชมรมต่างๆหรือการร่วมกิจกรรมอาสาสมัคร หรือแม้แต่การท่องเที่ยว จะช่วยรักษาสุขภาพสมองได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีงานวิจัยพบว่าการจะส่งเสริมสุขภาพสมองให้ได้ประสิทธิภาพอย่างเต็มที่นั้นจะต้องดูแลให้ครบทั้ง 3 อย่างร่วมกันคือสุขภาพกาย สุขภาพใจ และกิจกรรมทางสังคม

4. การรักษาสุขภาพใจ ภาวะจิตตกจะส่งผลต่อการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท ดังนั้นการมีสุขภาพใจที่ดีจะช่วยให้มีสุขภาพสมองที่ดีได้ ไม่ควรเครียด หรือทำตัวเศร้าหมอง เพราะสิ่งเหล่านี้จะบั่นทอนคุณภาพชีวิตและสติปัญญาลง ควรฝึกทำสมาธิซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่มีส่วนช่วยให้การจัดการเรื่องต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น

5.มีหัวใจที่แข็งแรง มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าการมีหัวใจที่แข็งแรงสัมพันธ์กับการมีสุขภาพสมองที่แข็งแรงด้วยเนื่องจากร้อยละ 20 ของเลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจจะไปเลี้ยงสมอง การควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดและรักษาความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และควรงดสูบบุหรี่เนื่องจากการสูบบุหรี่จะทำให้สมองได้รับออกซิเจนลดลง

6.รักษาตัวเลขต่างๆ ของชีวิตให้เหมาะสม ตัวเลขต่างๆของชีวิตดังกล่าวได้แก่ ความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับไขมันโคเลสเตอรอลในเลือด และน้ำหนักตัว ซึ่งจะต้องรักษาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม หมั่นตรวจสุขภาพ หรือพบแพทย์เป็นประจำ

7.การฝึกสมอง การมีกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นสมองและบันเทิงจิตใจอย่างต่อเนื่องทุกๆวัน เช่น การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เขียนหรืออ่านหนังสือ เล่นทายคำหรือปริศนาคำ ต่อภาพจิ๊กซอว์ เกมจับคู่ ฟังสัมมนา ดูการแสดง ลงเรียนคอร์สต่างๆหรือโรงเรียนผู้ใหญ่ เล่นเกม ตกแต่งสวน หรือกิจกรรมเสริมความจำอื่นๆ จะช่วยให้มีสุขภาพสมองที่ดีต่อเนื่องได้ในระยะยาว
สุดท้ายนี้ขอเน้นย้ำว่าการจะมีสุขภาพสมองที่ดีและสดใสไปยาวนานนั้น จะต้องดูแลควบคู่กันไปหลายๆด้านพร้อมกันทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ กิจกรรมสังคม อาหาร และสิ่งแวดล้อม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการดูแลทั้งตัวท่านเองและบุคคลที่ท่านรักให้มีสุขภาพสมองที่ดีจิตใจเบิกบานไปยาวนาน สำหรับท่านใดที่มีความสนใจที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารร่างกายและกิจกรรมเพื่อสุขภาพสมองที่แข็งแรง

Please follow and like us:
0