เลิกเหล้า เลิกอย่างไร?

 

 
ในผู้ดื่มสุราที่มีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาต่อไปในอนาคต ควรแนะนำเปลี่ยนแปลงวิธีการดื่ม หรือเลิกการดื่ม เพื่อไม่ให้การดื่มนี้บานปลายออกไปเป็นปัญหา วิธีในการลดหรือเลิกการดื่มอาจเริ่มด้วยการตั้งจุดมุ่งหมายร่วมกันว่าจะลดการดื่มเหลือเท่าไร หรือไม่ดื่มเลย จากนั้นวางแผนที่เฉพาะเจาะจง เช่นจะไม่ไปบาร์หลังเลิกงาน จะวัดปริมาณการดื่มที่บ้านโดยจดไว้ที่ปฏิทินในครัว จะเปลี่ยนการดื่มจากสุราเป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ต้องวางแผนล่วงหน้าว่าหากอยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูงที่การดื่มสุราจะไม่เป็นไปตามแผนที่วางแผนไว้ จะมีวิธีในการจัดการอย่างไร และควรหาบุคคลหรือเพื่อนที่ไม่ดื่มเหล้ามาเป็นผู้ช่วย บ่อยครั้งที่มีความเป็นไปได้ที่ลดการดื่มไม่ได้ตามตั้งใจไว้ ให้พยายามกลับไปที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง คือ นึกถึงผลเสียของการดื่มอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางร่างกายจิตใจและสังคม พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายในการดื่ม วางแผนที่เฉพาะเจาะจงเพื่อที่จะเลิกหรือลดการดื่มลง ซึ่งหากปฏิบัติซ้ำๆจนลดหรือเลิกการดื่มตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้สำเร็จ จะช่วยให้ลดความเสี่ยงจากอันตรายจากการดื่มแอลกอฮอล์ได้ แม้ว่าบุคคลนั้นจะยังไม่ได้เกิดโรคหรือเข้าเกณฑ์การติดสุราก็ตาม
สำหรับผู้ที่ดื่มสุราจนถึงขั้น “ติด” หรือ มีการดื่ม “ในทางที่ผิด” แล้วนั้น การรักษามีลักษณะที่ใกล้เคียงกันกับผู้ที่ยังไม่ถึงขั้นติด แต่มีการใช้สุราแบบเสี่ยงดังที่กล่าวข้างต้น แต่มีข้อพิจารณาเพิ่มเติม เช่น การให้ยาเพื่อจัดการกับอาการถอนยาที่อาจเกิดขึ้น เรียกว่าช่วงล้างพิษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เคยมีอาการถอนสุราที่จะทำการเลิกหรือลดการดื่มอย่างทันทีทันใด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาป้องกันการเกิดอาการถอนยา เช่น มือสั่น ชัก อาการประสานหลอน สับสน และเพื่อเป็นการตรวจเช็คร่างกายหรือโรคอื่นที่อาจเป็นผลจากการดื่มเป็นประจำ เช่น ความดันสูง หรือ โรคตับ นอกจากนี้อาจต้องได้รับยาอื่นเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้การดื่มแอลกอฮอล์มีปริมาณลดลง โดยการสนับสนุนการปรับพฤติกรรมร่วมกับการใช้ยาจะได้ผลดีที่สุด
ระยะของการรักษาที่จะประสบความสำเร็จแบ่งได้ 4 ระยะ ดังนี้
1. ระยะเตรียมความพร้อม เตรียมความพร้อมทั้งภาวะสุขภาพกาย และจิตใจ สร้างแรงจูงใจให้แน่วแน่
2. ระยะถอนพิษสุรา การใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการถอนสุรา ในขณะงดดื่ม ลดอาการลงแดง
3. ระยะป้องกันการดื่มซ้ำ อย่างน้อยจะต้องงดดื่ม 6-12 เดือน จึงเลิกได้เด็ดขาด
4. ระยะติดตามผล สร้างแรงจูงใจในการลดอย่างต่อเนื่อง มีชีวิตใหม่ที่ปราศจากแอลกอฮอล์
ครอบครัว มีส่วนอย่างมากในการให้ช่วยเหลือ อดทน และกำลังใจผู้ป่วย ในทุกระยะ

มีเทคนิคดีๆ ในการลดปริมาณการดื่มไหม ถ้ายังเลิกขาดไม่ได้?
1. ตั้งจุดมุ่งหมายถึงปริมาณและจำนวนวันที่ตั้งใจจะดื่มแอลกอฮอล์
2. ตั้งจังหวะการดื่มในแต่ละครั้ง เช่นจิบอย่างช้าๆ ดื่มน้อยกว่า 1 แก้วต่อชั่วโมง หรือสลับเปลี่ยนด้วยเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำเปล่า น้ำอัดลม หรือ น้ำผลไม้
3. รับประทานอาหารร่วมด้วยขณะดื่ม จะทำให้แอลกอฮอล์ถูกดูดซึมได้ช้าลง
4. หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นเช่น ถ้าเห็นคนบางคน หรือ สถานที่บางอย่าง แล้วทำให้รู้สึกอยากดื่ม ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์นั้นๆ ถ้ากิจกรรมบางอย่างเป็นตัวกระตุ้น ก็ควรที่จะวางแผนว่าจะทำอะไรแทนกิจกรรมนั้น แต่ถ้าการอยู่ที่บ้านเป็นตัวกระตุ้น ก็ควรที่จะไม่มีแอลกอฮอล์เก็บไว้ในบ้าน
6. วางแผนที่จะจัดการกับความรู้สึกอยากดื่มเมื่อมันเกิดขึ้น เช่น เตือนตนเองถึงเหตุผลที่ต้องการเลิก พูดคุยกับคนที่รู้สึกไว้วางใจ หรือหันไปทำกิจกรรมอื่นที่ไม่กระตุ้นให้ดื่ม หรือบางทีก็ปล่อยให้ความรู้สึกอยากดื่มนี้มีต่อไป โดยยอมรับถึงความรู้สึกนี้ และรู้ว่าอีกไม่นานมันก็จะหายไป
7. รู้จักที่จะปฏิเสธ เนื่องจากจะมีบ่อยครั้งที่คนอื่นจะชักชวนให้ดื่ม โดยทำอย่างสุภาพ และจริงจัง ยิ่งปฏิเสธได้เร็วเท่าใด ยิ่งทำให้มีโอกาสน้อยที่จะกลับไปดื่มอีก ดังนั้นไม่ควรลังเลที่จะปฏิเสธอย่างทันทีทันใด เมื่อมีผู้ชักชวนให้ดื่ม
8. การมีกลุ่มที่ช่วยเหลือสนับสนุนกันในการเลิกการดื่ม จะสามารถช่วยให้มีกำลังใจ ได้เห็นตัวอย่างของผู้ที่ประสบความสำเร็จในการเลิกดื่ม และให้ประสบการณ์หรือวิธีการของแต่ละคนในการเลิกการดื่มได้ด้วย
กล่าวโดยสรุปแล้วการเลิกดื่มสุราหรือเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์นั้นต้องมีความตั้งใจ และหาแรงจูงใจในการเลิกดื่ม เช่น เลิกดื่มเพราะสุขภาพ เป็นต้น จากนั้นเมื่อตั้งใจจะเลิกแล้วอย่างแน่นอนแล้ว ควรมีการค้นหาว่าตนเองมีลักษณะการดื่มเป็นเช่นไร อะไรเป็นตัวกระตุ้นให้ดื่ม จากนั้นพิจารณาว่าตนเองดื่มสุราอยู่ในระดับใด หากเข้าเกณฑ์ของการเป็นผู้ติดสุรา ควรที่จะปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาช่วยในการเลิกการดื่มพร้อมกับทำพฤติกรรมบำบัดหรือจิตบำบัดร่วมด้วย

Please follow and like us:
0

ใส่ความเห็น