5 บทเรียนที่อังกฤษได้เรียนรู้หลังกระเด็นตกรอบบอลโลก

Sweden v England - FIFA World Cup - Quarter Final - Samara Stadium

หลังจากอังกฤษอกหักตกรอบพ่ายโครเอเชียในรอบรองชนะเลิศ พวกเขาคงต้องกลับมาทบทวนกันใหม่ว่าพวกเขาผิดพลาดอะไรไปบ้าง ทั้งที่เส้นทางครั้งนีั้ดูจะสดใสที่สุดในรอบหลายปี มาดูกันว่าสิงโตคำรามได้บทเรียนอะไรไปบ้าง

1.กองกลางปัญหาสำคัญ

บทสัมภาษณ์หลังเกมของ ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้ น่าเก็บไปคิดเป็นอย่างยิ่ง แบ็คขวาของโครเอเชีย กล่าวว่า อังกฤษชุดนี้เป็นยุคใหม่ที่มีการโยนบอลยาวรูปแบบใหม่ๆจากแดนกลาง แต่เมื่อเราบีบพื้นที่ให้พวกเขาเล่นยาก พวกเขาก็เล่นกันไม่เป็นแล้ว”

เดเล่ อัลลี่, เจสซี่ ลินการ์ด และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน เป็นผู้เล่นที่ดี ทั้งสามคนสร้างชื่อในฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้ ลินการ์ดและอัลลี่ ยิงประตูในแมตช์สำคัญได้ ขณะที่ เฮนเดอร์สัน แม้จะมีช่วงไม่ดีบ้าง แต่โดยรวมเขาสามารถเป็นผู้นำในแดนกลางชุดนี้ได้  อย่างไรก็ตามทั้งสามคนยังขาดเทคนิคเฉพาะตัว ไม่มีใครสามารถทำเกมรุกที่พึ่งพาได้  เจอมิดฟิลด์ดีเชิงสูงอย่าง ลูก้า โมดริช ก็ไม่สามารถต่อกรได้ ทัวร์นาเมนต์ต่อไป อาจจะต้องมองหาผู้เล่นใหม่ที่สามารถพลิกเกมแดนกลางได้บ้าง

2.”สเตอร์ลิง” ต้องปรับปรุงหากจะเป็นตัวหลัก

หากจะพูดถึงคนที่ถูกวิจารณ์มากที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ก็ต้องเป็นเขาคนนี้แน่นอน ราฮีม สเตอร์ลิง เป็นตัวหลักในแผนเกมบุกของเซาธ์เกต เขาสามารถปั่นป่วนแนวรับแลดึงตัวประกบได้เป็นอย่างดี แต่ปัญหาเดิมของเขายังตามรังควาน เมื่อจังหวะสุดท้ายทำได้แย่มากๆ ซึ่งดูแล้วเจ้าตัวต้องทำการบ้านอย่างหนักหากหวังจะยึดตัวจริงต่อไป มิเช่นนั้น เซาธ์เกต คงต้องมองหาตัวเลือกใหม่ๆแล้ว

3.บอลโบราณยังใช้ได้อยู่แต่ต้องปรับ

ถ้าจะให้นึกภาพทีมอังกฤษต่อบอลกันเข้าไปยิงประตูก็คงจะมโนเกินไป ฟุตบอลสไตล์อังกฤษถึงแม้จะล้าหลังไปบ้างแต่ถ้ามีผู้เล่นที่มีศักยภาพมันก็สามารถใช้ได้ผลเสมอ บอลไดเรคจากหลังไปหน้ามีคนเปิดแม่นๆหรือมีคนโหม่งชงดีๆอย่าง แฮร์รี่ เคน ก็ทำให้ถึงปากประตูคู่แข่งได้เช่นกัน รวมถึงลูกเซตพีสที่กลายเป็นจุดเด่นของอังกฤษชุดนี้ แต่ทว่าจะเห็นได้จากเกมกับโครเอเชีย ที่พวกเขาตัดเกมรุกโดยการบีบพื้นที่ ทำให้ผู้เล่นอังกฤษโยนบอลกันไม่แม่น แถมยังตัดลูกเตะมุมของอังกฤษได้อีก เซาธ์เกต คงต้องหาวิธีการเข้าทำรูปแบบใหม่ๆ ที่ควบคู่กันด้วยเพื่อความหลากหลายในเกมรุกมากขึ้น

4.ดันกองหลังชุดนี้ต่อไป

ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์ และ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ สามกองหลังขาประจำของแกเร็ธ เซาธ์เกต ที่ถือว่าเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมและลงตัว แต่สิ่งที่พวกเขาทั้งสามคนยังขาดไปคือประสบการณ์เวทีใหญ่ จะเห็นได้ว่าเมื่อเจอเกมที่กดดันมากๆมักจะมีเป๋ให้เห็น ตัวอย่างเช่นเกมกับ โคลอมเบีย และโครเอเชีย พวกเขาพลาดไม่กี่จังหวะแต่จังหวะที่พลาดเสียหายถึงประตู คงต้องเรียนรู้และเก็บประสบการณ์กันต่อไป

5.โอกาสของเยาวชน

นักเตะชุดนี้มีค่าเฉลี่ยอายุเพียงแค่ 25 ปีเท่านั้น แกเร็ธ เซาธ์เกต สร้างทีมจากเยาวชนของอังกฤษเพราะเขาเคยคุมชุดเยาวชนมาแล้ว ดังนั้นการปั้นเด็กขึ้นมาเป็นงานถนัดของเขา อีก 4 ปีข้างหน้า ผู้เล่นอย่างแอชลีย์ ยัง หรือแกรี่ เคฮิลล์ คงไม่สามารถสู้ศึกฟุตบอลโลกได้แล้ว ดังนั้นเซาธ์เกต คงมีการมองหาผู้เล่นจากทีมเยาวชนเข้ามาทดแทน รวมถึงเพิ่มมิติเกมรุกมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ไรอัน แซสเซอญง เด็กนรกวัย 17 ปีของฟูแล่มที่ฟอร์มจัดจ้านมากๆ น่าจะติดทัพชุดใหญ่ขึ้นมาได้ไม่ยาก อังกฤษยังมีผู้เล่นที่น่าจับตามองทั้ง โดมินิค โซลันกี้ กองหน้าจากหงส์แดง, เดมาไร เกรย์ ปีกตัวเก่งจากเลสเตอร์ ซิตี้ และผู้เล่นในแดนกลางอย่าง ทอม เดวิส จากเอฟเวอร์ตัน