5 ประเด็นร้อนหลังแมนยูพ่ายสเปอร์ส

สำหรับการแพ้ สเปอร์ส ย่อยยับอับปางในแมตช์นี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือเกมรับที่ยังอ่อนยวบ โดยเฉพาะคู่เซนเตอร์แบ็กซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องรีบแก้ไขเป็นการด่วน ขณะที่เกมรุกดูท่าทาง โรเมลู ลูกากู ยังไม่สามารถพึ่งพาได้เลยเวลาที่ลงเล่นเกมใหญ่

สำหรับการแพ้ สเปอร์ส ย่อยยับอับปางในแมตช์นี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือเกมรับที่ยังอ่อนยวบ โดยเฉพาะคู่เซนเตอร์แบ็กซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องรีบแก้ไขเป็นการด่วน ขณะที่เกมรุกดูท่าทาง โรเมลู ลูกากู ยังไม่สามารถพึ่งพาได้เลยเวลาที่ลงเล่นเกมใหญ่

1. แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่สามารถจัดการ ลูคัส มูร่า ได้

สเปอร์ส ไม่ได้มีการเสริมทัพเลยในช่วงซัมเมอร์นี้ ทำให้ทุกๆ สายตาจับจ้องไปที่ ลูคัส มูร่า ว่าจะทำผลงานได้ดีมากแค่ไหน โดยเขาเพิ่งจะซัดประตูแรกในเกมพรีเมียร์ลีก แมตช์ชนะ ฟูแล่ม เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ในเกมที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เจ้าตัวทำผลงานได้อย่างโดดเด่น

ดาวเตะเลือดบราซิเลียน สามารถป่วนเกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตลอด เขาน่าจะได้จุดโทษในครึ่งแรกด้วยซ้ำเมื่อโดน ฟิล โจนส์ ผลักล้ม อย่างไรก็ตาม มูร่า จัดการซัดประตูแรกของตัวเองในเกมนี้จากจังหวะการเปิดบอลของ คริสเตียน เอริคเซ่น ช่วยให้ สเปอร์ส ขึ้นนำ 2-0

ยังไม่หมดแค่นั้น มูร่า โชว์ลีลาความเป็นแข้งแซมบ้า ด้วยการกระชากบอลหนี คริส สมอลลิ่ง ก่อนจะตะบันเต็มข้อบอลพุ่งผ่านมือ ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูเลือดสแปนิช เข้าไปตุงตาข่าย ฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไม มูร่า ถึงได้รับเลือกเป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้

2. ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายตัวจริง แมนฯ ยูไนเต็ด

แอชลี่ย์ ยัง ทำหน้าที่ได้ดีมากๆ ในตำแหน่งนี้เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แต่เขาไม่ใช่ซ้ายธรรมชาติ โดยเฉพาะการที่จะต้องวิ่งตัดเข้าในเพิ่งจะได้เปิดบอลในเท้าข้างถนัดของเขา

นับตั้งแต่ที่เซ็นสัญญากับ ชอว์ มาจากเซาธ์แฮมป์ตัน ทุกๆ คนเฝ้ารอที่จะเห็นนักเตะรายนี้ลงเล่นในตำแหน่งที่ถนัดของเขา และเราก็ได้เห็นแล้วเมื่อค่ำคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา แม้ “ปีศาจแดง” จะเสีย 3 ประตู ก็ตาม แต่ฟูลแบ็กตัวเก่ง วัย 23 ปี แสดงให้เห็นว่าเขาเหมาะสมที่จะเป็นตัวจริงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

การเติมเกมรุกอย่างคงเส้นคงวา ไม่มีใครที่สัมผัสหรือผ่านบอบได้มากกว่าชอว์ เขามีโอกาสเปิดบอลถึง 4 ครั้ง, โยนยาว 5 ครั้ง และผ่านบอลจังหวะสำคัญๆ 3 ครั้ง อย่างไรก็ตามจังหวะที่ทีมเสียประตูที่สอง ชอว์ หลุดตำแหน่งทำให้ คีแรน ทริปเปียร์ เปิดบอลให้ คริสเตียน เอริกเซ่น ลากเข้าไปส่งบอลถวายพานให้ มูร่า ตะบันเข้าไปซุกก้นตาข่ายสบายอุรา

3.โรเมลู ลูกากู ขาดความเฉียบคม

โชเซ่ มูรินโญ่ ยังไม่สามารถไว้วางใจในตัว โรเมลู ลูกากู ได้เลย สตาร์ชาวเบลเยียม มักเล่นไม่ออกเวลาที่ลงสนามในเกมใหญ่ซึ่งบางครั้งการพูดแบบนี้อาจจะดูไม่แฟร์สำหรับนักเตะ สำหรับวันนี้ ลูกากู ทำได้ดี และมีโอกาสที่จะส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย ในจังหวะที่ แดนนี่ โรส ส่งบอลคืนหลังพลาด แต่เจ้าตัวดันยิงบอลออกเสาไกลไปอย่างน่าเสียดาย

หากจังหวะนี้ ลูกากู เปลี่ยนมันให้เป็นประตู แน่นอนว่าสถานการณ์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะไม่ใช่อย่างที่เห็นหลังจบเกมแน่นอน แต่การที่เขาไม่สามารถทำประตูให้กับทีมในเวลาที่ทีมต้องการได้มันย่อมส่งผลกระทบต่อแรงกดดันมากยิ่งขึ้น

ยังไม่หมดแค่นั้น ลูกากู พลาดโอกาสงามๆ อีกครั้งในจังหวะขึ้นโหม่งแต่บอลหลุดเสาไปอย่างน่าเสียดาย ขณะเดียวกันในครึ่งหลัง (เมื่อ สเปอร์ส ขึ้นนำไปแล้ว) เขาไม่สามารถทำประตูจากการยิงด้วยเท้าซ้ายได้ จาก 3 จังหวะที่ชัดเจนขนาดนี้ เขาดันไม่สามารถเปลี่ยนให้เป็นประตูได้ ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังมากๆ สำหรับนักเตะที่มีค่าตัว 75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,375 ล้านบาท)

4. เซนเตอร์แบ็กอ่อนยวบ

หลังจากผลการแข่งขันสุดช็อกในเกมแพ้ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน หลายคนโยนบาปให้กับฟอร์มสุดห่วยระหว่าง เอริค ไบยี่ กับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ฉะนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่ มูรินโญ่ จะทำการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งนี้ ด้วยการส่ง คริส สมอลลิ่ง กับ ฟิล โจนส์ ลงมาเป็นคู่หูเกมรับ

อย่างไรก็ตาม สองแข้งเลือดผู้ดี ทำผลงานย่ำแย่เหมือนกัน ขณะที่ โจนส์ คงได้บทเรียนราคาแพงจากจังหวะการวิ่งหนีตัวประกบของ แฮร์รี่ เคน ตอนที่ขึ้นโหม่งช่วย สเปอร์ส ได้ประตูนำ 1-0 ก่อนที่จะโดนเปลี่ยนตัวเนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บ

ลินเดอเลิฟ ลงมาเล่นแทน และฟอร์มห่วยบรมห่วย โดยเฉพาะจังหวะที่ส่งบอลคืนหลังไม่ดูตาม้าตาเรือ และโดน เดเล่ อัลลี่ วิ่งโฉบแย่งบอลจาก ดาบิด เด เคอา แต่ดีที่ว่า กองกลางทีมชาติอังกฤษ ยิงไม่ผ่านตัว โกล์เลือดสแปนิช ส่วน สมอลลิ่ง แม้จะเล่นได้ดี แต่จังหวะที่ดวลตัวต่อตัวกับ มูร่า เขาสู้ไม่ได้ความเร็วของ แข้งบราซิเลียน และสุดท้ายก็ต้องเสียประตูที่สาม

ขณะที่ อันเดร์ เอร์เรร่า โดนจับเปลี่ยนบทบาทมายืนในแนวรับสามคนร่วมกับ สมอลลิ่ง กับ โจนส์ แต่การไร้ประสบการณ์ในการเล่นตำแหน่งนี้ ทำให้ทีมต้องเจอสถานการณ์กดดัน

5. โปเช็ตติโน่ กับ มูรินโญ่

สำหรับแมตช์นี้ โปเช็ตติโน่ กับ มูรินโญ่ เป็นตัวแทนการเล่นสองแบบสองสไตล์ การเสริมทัพในด้านบวก และลบ รวมทั้งการใช้เงินน้อย กับการใช้เงินมหาศาล

นายใหญ่ชาวอาร์เจนไตน์ สร้างทีมด้วยการใช้เงินไปเบาะๆ 50 ล้านปอนด์ (ราว 2,250 ล้านบาท) ขณะที่ มูรินโญ่ ตอนนี้ทุ่มเงินสร้างทีมไปแล้วมากกว่า 300 ล้านปอนด์ (ราว 13,500 ล้านบาท) ที่สำคัญในช่วงซัมเมอร์นี้ “พอช” ไม่ซื้อนักเตะเข้ามาร่วมทีมเลย ขณะที่ “เฮียมู” ออกโรงบ่นพร่ำรำพันไม่ได้รับการหนุนหลังจากบอร์ดบริหารเรื่องการเสริมทัพ

ตอนนี้ สเปอร์ส เป็นหนึ่งใน 4 ทีมที่เก็บชัยชนะรวด 3 แมตช์ในพรีเมียร์ลีก ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ร่วงกราวรูดไปอยู่ในอันดับ 13 ต้องบอกเลยว่านี่เป็นชัยชนะที่ดีมากๆ สำหรับ โปเช็ตติโน่ ซึ่งไม่ค่อยมีสถิติดีนักในการพบกับ 6 ทีมใหญ่