ชำแหละ5ข้อ!เพราะอะไรแมนซิตี้ถึงพ่ายลิเวอร์พูลจนร่วงชปล.

ภารกิจโกงความตายของ แมนฯ ซิตี้ ในเกมที่ 2 ของรอบ 8 ทีม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ล้มเหลวไม่เป็นท่าเลยนะครับ ทั้งที่เริ่มต้นได้ดีแท้ๆ

หมายเหตุ: ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนฯ ซิตี้ 3 นัดติดต่อกันในฤดูกาลเดียว แถม แมนฯ ซิตี้ แพ้มา 3 นัดติดต่อกันเข้าให้แล้ว

1. ด้วยสถานการณ์ที่แพ้มาแบบเละเทะในเกมแรก ‘เป๊ป’ จึงวางหลัง 3 เพื่อเน้นเกมรุกแบบอัดเต็มสปีด โดยให้ แฟร์นานดินโญ่ เป็นมิดฟิลด์ตัวรับคนเดียว ขยับขึ้นไปเป็นตัวทำเกมรุกอย่าง เดอ บรอยน์ กับ ด.ซิลบา ขนาบด้วยปีก 2 ข้างอย่าง ซาเน่ กับ บ.ซิลวา ชนิดที่มึงไม่ต้องเล่นเป็นแบ็ค ส่วนแดนหน้ามี สเตอร์ลิง กับ เชซุส ระบบ 3-1-4-2

2. เมื่อได้ประตูนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว แมนฯ ซิตี้ ก็เล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้นและฮึกหาญสุดขีด คุมเกมรุกบุกกระหน่ำฝ่ายเดียว ขณะที่ ลิเวอร์พูล เหมือนเสียขวัญจนตั้งเกมตัวเองไม่ติดเลยต้องตกเป็นฝ่ายรับแบบโงหัวไม่ขึ้นปัญหาคือทีมเรือใบสีฟ้าพับสนามบุกข้างเดียวก็จริง แต่เจาะไม่เข้า เพราะหงส์แดงเล่นเหมือนเช่ารถบัสมาจาก โอลด์ แทรฟฟอร์ด เรียกว่าบุกจนท้อก็ทำประตูเพิ่มไม่ได้attributionnoderivativestv.com

3. จุดเปลี่ยนสำคัญบังเกิดขึ้นในช่วงท้ายครึ่งแรก เมื่อ ซาเน่ ยิงเข้าไปตุงตาข่าย แต่ถูกปฏิเสธด้วยธงของผู้กำกับเส้นที่มองว่าล้ำหน้าจุดนี้หลายคนเกิดอาการ ‘งง-งง’ ว่ามันล้ำได้อย่างไร?โดยตำแหน่ง ซาเน่ ล้ำแน่นอนครับ เพราะกฏล้ำหน้า เขานับจากผู้เล่นฝ่ายรับคนที่ 2 จากเส้นหลัง ซึ่งในกรณีนี้คือ คาริอุส ผู้รักษาประตูของ ลิเวอร์พูล ขณะที่ ‘อ๊อกเหล็ก’ ยืนเป็นตัวสุดท้าย (ซาเน่ อยู่ตรงกลางระหว่าง 2 ตัวนี้)แต่เมื่อดูจากภาพช้า ผู้ชมทางบ้านจะพบว่าบอลมันเด้งกลับมาจาก มิลเนอร์ ไม่ใช่ผู้เล่นของ แมนฯ ซิตี้ ซึ่งในกรณีนี้ถือว่าไม่ล้ำหน้า ทว่าผู้ตัดสิน และไลน์แมนคงดูไม่ทัน มันจึงเป็นความซวยของ แมนฯ ซิตี้ ที่ไม่ได้ประตูนำ 2-0 ซะอย่างนั้นเท่านั้นไม่พอ ‘เป๊ป’ ดันปรี๊ดแตกและโวยใส่ผู้ตัดสินอย่างหนักจนโดนไล่ให้ขึ้นไปดูบนอัฒจันทร์อีกต่างหาก

4. ครึ่งหลัง คล็อปป์ แก้เกมมาดีมากนะครับ คือดึงสติลูกทีมกลับมาเล่นตามเกมของตัวเองได้ ไม่ใช่กลัวเจ้าถิ่นจนถอยไปอุดประตูอย่างเดียวเหมือนในครึ่งแรก เพราะเมื่อเจอคู่แข่งที่คุณภาพใกล้เคียงกัน เกมรับของ ซิตี้ ก็มีจุดอ่อน แถมหลังลอยขึ้นสูงอีกตะหากผลจากการกล้าเล่นเกมรุกของหงส์แดงคือตีเสมอได้สำเร็จจาก ซาล่าห์ อีกแล้ว ประมาณว่าถ้าคิดจะบุก กูก็ทำประตูได้

5. แทนที่จะออกมาเล่นในครึ่งหลังด้วยการนำ 2-0 กลับถูกตีเสมอ ผู้เล่นในชุดสีฟ้าจึงถอดใจกลายเป็นไม่สู้ไปเลย